UnlimitedTip

Saturday, February 17, 2007


สัญญานะว่าเราจะรักกันตลอดไป
Absence make the herart grow fonder

Labels:

Monday, January 29, 2007


เหลือเวลาอีกไม่กี่อาทิตย์แล้วนะที่เราจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน
ใช้เวลาที่เหลือให้มีค่ามากที่สุดนะเพื่อนๆๆๆ
อ่านหนังสือให้มากๆๆๆให้พร้อมกับการเตรียมตัวสอบนะจ๊ะ
ดูแลตัวเองดีๆๆนะ
ทั้งร่างกายและหัวใจด้วย
รักพวกแกนะ

Monday, January 22, 2007

En effet, devant la multiplication des antennes-relais de téléphonie mobile dans le paysage urbain de Paris et les interrogations quant aux répercussions de ces ondes sur la santé des parisiens, une discussion s’était alors engagée entre les trois opérateurs de téléphonie mobile (Orange, Bouygues Telecom, SFR) et la Ville de Paris. Appelée de ses vœux dès juillet 2002 par Bertrand Delanoë, une première charte de bonne conduite avait été signée entre la Ville, les opérateurs et l'Agence Nationale des Fréquences (ANFR) le 21 mars 2003.
Ce document signé pour deux ans et qui a répondu aux objectifs de la Ville d’encadrer le développement de cette nouvelle technologie sur le territoire parisien était arrivé à échéance.
Des négociations ont donc été menées pour son renouvellement et ont permis d’obtenir un accord sur ce texte comprenant des avancées supplémentaires. En effet, l’intégration paysagère des installations est améliorée, les contrôles des niveaux de champs électromagnétiques sont renforcés et étendus, les innovations technologiques telles que l’UMTS sont intégrées à la charte.
D’autre part, la Ville a demandé au Conseil Scientifique du Maire de réaliser une synthèse des études et rapports scientifiques existants sur les relations entre téléphonie mobile et santé publique.

Une meilleure intégration dans le paysage urbain
La Ville de Paris et les opérateurs mobiles s'engagent à permettre une meilleure intégration des antennes-relais dans le paysage parisien, à l’aide notamment d'un protocole d'intégration paysagère et environnementale. Ainsi, l’ensemble des sites existants fera l’objet d’un plan d’intégration à dix ans piloté par un groupe de travail comprenant des représentants des Architectes des Bâtiments de France, la Ville et les opérateurs.

Friday, January 12, 2007

www. อันตรายฟังแล้วอยากฆ่าตัวตาย.com
จากกระแสการฟังเพลงผ่านอินเทอร์เน็ตที่มีมากขึ้นนั้น ล่าสุดพบว่ามีคนไทยกลุ่มหนึ่งนำบทเพลงมรณะ ที่อ้างว่ามีผู้ฟังแล้วฆ่าตัวตายกว่า 200 คน มาเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์หลายแห่ง หลังจากผู้สื่อข่าวสืบหาข้อมูลตามกระทู้ในเว็บไซต์ต่างๆ พบว่า มีการนำเพลงมรณะมาเผยแพร่จริง ชื่อเพลง "กลูมมี่ซันเดย์" แต่งโดยชาวฮังการีผู้ผิดหวังในชีวิต เนื่องจากแฟนสาวฆ่าตัวตาย ทั้งนี้ เว็บไซต์แห่งหนึ่งได้อ้างตัวอย่างผู้ที่ฆ่าตัวตายจากเพลงข้างต้น โดยเขียนโพสต์ลงในกระทู้ว่า ที่เยอรมนีชายหนุ่มคนหนึ่งขอให้วงดนตรีเล่นเพลงกลูมมี่ซันเดย์ให้ฟัง หลังจากเขากลับบ้านก็บ่นกับสมาชิกในครอบครัวว่า รู้สึกกดดันอย่างรุนแรงกับท่วงทำนองเพลงนี้ และไม่อาจลืมหรือลบมันออกไปจากความคิดได้ ในที่สุดก็ตัดสินใจใช้ปืนฆ่าตัวตาย เช่นเดียวกับเลขานุการหญิงในเมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ที่ฆ่าตัวตายด้วยแก๊ส ซึ่งเขียนจดหมายลาตายระบุว่า ให้เล่นเพลงกลูมมี่ซันเดย์ในงานศพของเธอด้วย เจ้าของกระทู้ยืนยันว่ามีผู้ฆ่าตัวตายกว่า 200 คนเนื่องจากฟังเพลงข้างต้น ทั้งนี้ความหมายในเนื้อเพลงกลูมมี่ซันเดย์โดยสรุป จะเกี่ยวข้องกับวันอาทิตย์แสนเศร้า การใช้ชีวิตอยู่ในความมืดตลอดกาล ผู้ที่สูญเสียคนรักไปต้องการคนรักคืนมา แต่เทวดาคงไม่ยอม ดังนั้นคนนั้นจึงตัดสินใจที่จะไปตามหาคนรักในสวรรค์เสียเอง ขอให้ทุกคนไม่ต้องเสียใจ เพราะความตายจะทำให้เขาได้สัมผัสคนรักอีกครั้งหนึ่ง ด้าน น.ส.เกสินี ซาวนด์โปรดิวเซอร์ เจ้าของห้องบันทึกเสียงชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งข้อสังเกตหลังจากฟังเพลงกลูมมี่ซันเดย์ว่า เพลงมรณะนี้มีลักษณะพิเศษคือ แต่งด้วยทำนองและเมโลดี้ที่วงการแต่งเพลงเรียกกันว่า "เพลงดาร์ก" หรือเพลงกดดันแบบหนักหน่วง ทำให้ฟังแล้วรู้สึกหดหู่สะเทือนใจขึ้นมาอย่างรุนแรง นอกจากนี้ เสียงร้องของผู้ร้องเพลงนี้ยังมีความโหยหวนเป็นอย่างมาก จึงอาจเป็นไปได้ที่จะทำให้คนฟังบางคนอยากฆ่าตัวตาย "เพลงนี้มีองค์ประกอบหลายอย่างที่ลงตัว จึงกลายเป็นเพลงมรณะ ทำให้คนฟังอยากฆ่าตัวตายได้ เสียงร้องที่โหยหวนเป็นจุดเด่นที่สุดของเพลงนี้ รวมกับท่วงทำนองและเมโลดี้ที่ดาร์กมาก แต่เนื้อร้องไม่ได้มีอะไรพิเศษนัก ถ้าเปลี่ยนทำนองเพลงนี้เป็นแบบเพลงป๊อป หรือเปลี่ยนเสียงคนร้อง เพลงนี้ก็แทบไม่มีความรันทดเหลืออยู่เลย" ผู้ X วชาญด้านเสียงดนตรีกล่าววิเคราะห์ ด้านนายณรงค์วิทย์ เตชะธนะวัฒน์ นักแต่งเพลงค่ายแกรมมี่ กล่าวว่า บทเพลงที่มีเนื้อหาเศร้าสร้อยท่วงทำนองที่ฟังแล้วรู้สึกหดหู่นั้น จะมีผลต่อสภาพจิตใจของผู้ฟังเป็นอย่างมาก และอาจเป็นไปได้ว่าหากผู้ฟังที่อยู่ในภาวะที่เศร้า เสียใจ อกหักรักคุด หรือมีเรื่องราวที่กระทบจิตใจที่รุนแรงอาจนำไปสู่การคิดสั้นฆ่าตัวตายได้ด้าน น.พ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า บทเพลงที่มีเนื้อหาเศร้าสร้อย ความไม่สมหวัง การสูญเสีย ซึ่งฟังแล้วทำให้สภาวะจิตใจห่อเ X ่ยว มักมีอิทธิพลสูงสำหรับผู้ฟังที่อยู่ในสภาวะจิตใจที่ไม่ปกติ เช่น ผู้ที่เพิ่งสูญเสียคนรัก คนอกหัก คนไม่สมหวังในชีวิต เมื่อฟังเพลงที่มีเนื้อหาเศร้าสร้อย ก็จะยิ่งทำให้สะเทือนอารมณ์ และหากเนื้อหาของบทเพลงชี้นำไปสู่การฆ่าตัวตาย ก็เป็นไปได้สูงที่ผู้ฟังจะทำตามการชี้นำนั้น "เด็กวัยรุ่นอายุระหว่าง 12-18 ปี เป็นวัยที่เสี่ยงที่สุด เพราะภาวะจิตใจไม่คงที่ ไม่เข้มแข็ง เป็นช่วงที่เปราะบาง มักทนแรงเสียดทานไม่ค่อยได้ หากมีเรื่องราวที่ไม่สมหวัง ผิดหวัง เขาจะรู้สึกว่าชีวิตไม่มีค่า โดดเดี่ยว อ้างว้าง และเมื่อมีโอกาสอยู่คนเดียวก็จะคิดมากฟุ้งซ่าน และหากเจอสิ่งเร้าที่ชี้นำไปสู่การฆ่าตัวตายก็เป็นไปได้สูงที่คนกลุ่มนี้จะทำตาม" น.พ.บัณฑิต กล่าว น.พ.บัณฑิต กล่าวด้วยว่า หากมีญาติหรือคนรู้จักโดยเฉพาะเด็กวัยรุ่นที่ผิดหวังในชีวิต มีเรื่องที่กระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง ผู้ใกล้ชิดจะต้องคอยดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ และไม่สมควรที่จะให้ฟังเพลงเศร้าหรืออยู่คนเดียวตามลำพัง ทั้งนี้คนใกล้ชิดจะต้องคอยปลอบใจ คอยให้กำลังใจ ต้องทำให้คนผู้นั้นเห็นว่ายังมีความสำคัญและยังมีคนคอยห่วงใหญ่อยู่

Thursday, January 04, 2007

ความฉลาดของนักโทษ


ชายชราคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเมือง ไอดาโออย่างเดียวดายเขาต้องการที่จะพรวนดินเพื่อทำสวนมันฝรั่ง แต่มันเป็นงานที่หนักมากลูกชายคนเดียวที่เคยช่วย ต้องโทษติดคุกชายชราเขียน จ.ม. ถึงลูก อธิบายถึงสถานการณ์ลูกรัก พ่อรู้สึกแย่มากเพราะดูเหมือนว่าพ่อจะปลูกมันฝรั่งไม ่ได้ในปีนี้พ่อแก่เกินไปที่จะขุดไถแปลงสวน ถ้าลูกยังอยู่ คงจะไม่มีปัญหา พ่อรู้ว่าลูกคงจะขุดพรวนแปลงสวนให้รัก/ จาก พ่อหลังจากนั้น 2-3 วัน ชายชราได้รับ จ.ม. จากลูกชายพ่อครับเพื่อเห็นแก่พระเจ้า พ่ออย่าได้ขุดพรวนแปลงสวนนะครับ ผมฝังศพไว้ที่นั่นหลายศพ !! รัก/จากลูกตี 4 เช้าวันรุ่งขึ้น จนท. เอฟบีไอ และตำรวจท้องที่ แห่กันมาขุดค้นไปทั่วทั้งสวนแต่ไม่พบศพเลยจนท. ขอโทษ ชายชราและจากไปวันเดียวกัน ชายชราได้รับ จ.ม. อีกฉบับจากลูกชายพ่อครับตอนนี้คุณพ่อลุยปลูกมันฝรั่งได้เลย ตอนนี้ผมคงช่วยพ่อได้แค่นี้ละครับ ในสถานการณ์เช่นนี้รัก/ จากลูก

Thursday, December 07, 2006

ในยุคนี้ จะเรียกว่าโทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นอวัยวะ ที่ 33 ของชาวไทยก็ไม่น่าจะผิดแปลกนัก แต่รู้หรือไม่ว่า ในความเป็นจริงแล้ว เจ้าโทรศัพท์มือถือที่ว่า ก็สร้าง "โรค" ให้กับคุณได้เหมือนกันโดย Modern Mom เล่มใหม่เล่าให้ฟังว่า สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(สวช.)ได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของเด็กและเยาวชน แล้วพบว่าพวกเขาเหล่านี้ได้โรคใหม่ มาหลายอย่างด้วยกัน
อย่างแรกคือ โรคเห่อตามแฟชั่น เพราะต้องเปลี่ยนโทรศัพท์ให้ทันกับรุ่นใหม่ๆที่ออกมาส่งผลให้เกิด
โรคที่สองตามมาก็คือ โรคทรัพย์จางสามคือ โรคขาดความอดทนและใจร้อน เพราะการโทรปุ๊บติดปั๊บ ทำให้กลายเป็นคนเร่งรีบและไม่รู้จักรอคอย
โรคต่อมาคือ โรคขาดกาละเทศะและไร้มารยาท เพราะโทรหาคนที่คุยด้วย โดยไม่ดูเวลาควรไม่ควร
ห้า ได้แก่ โรคขาคมนุษยสัมพันธ์ เพราะมัวแต่คุยโทรศัพท์จนไม่ใส่ใจคนรอบข้าง
และสุดท้าย โรคไม่จริงใจ เพราะการพูดคุยโทรศัพท์ไม่จำเป็นต้องเห็นหน้าตา ท่าทางและสายตาฟังดูเหมือนเป็นโรคที่เรียกกันเล่นๆ แต่หาทางเฝ้าระวังไว้บ้างคงไม่เสียหาย แล้วคุณล่ะเป็นโรคอะไรบ้างรึเปล่า?

Friday, November 17, 2006

สั้นๆแต่ฮานะเพื่อนๆๆๆๆๆ
ลองอ่านกันดูนะจ๊ะ
ไกล
หญิงคนหนึ่งได้รับว่าจ้างให้ทาสีที่ขอบถนน highway
วันแรกเธอทาได้ 10 กิโล วันที่สองทาได้แค่ 5 กิโล
เจ้านายเธอเห็นเธอทาได้น้อยลง จึงตัดสินใจให้เธอพักผ่อนซักวัน
คิดว่าเธอคงเหนื่อย
เมื่อเธอกลับมาทำงานวันต่อไปปรากฏว่าทาได้แค่ครึ่งกิโลเท่านั้น
หัวหน้ารู้สึกท้อใจมาก แล้วเข้ามาถามเธอว่า
"โทษทีเถอะ ทำไมคุณทาได้น้อยลงทุกวันๆ ทั้งๆที่ผมให้คุณพักผ่อนแล้ว"
"ง่ายๆ" เธอตอบ "ยิ่งทาชั้นก็ยิ่งห่างจากกระป๋องสีขึ้นเรื่อยๆ