UnlimitedTip

Sunday, October 29, 2006





31 ตุลาคม ของทุกปี จะเป็นเทศกาล Halloween Day บางคนอาจเข้าใจว่าเป็น เทศกาลเฉลิมฉลองวันปล่อยผีในต่างประเทศ แต่คุณทราบหรือไม่คะว่า คำว่า "Halloween" นั้น หมายถึงอะไร และมีประวัติความเป็นมาอย่างไร "Halloween" หมายถึง จิตวิญญาณชั่วร้ายที่ได้หลุดพ้นจากการกักขังซึ่งตรงกับวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี ตำนานของฮาโลวีนมีอยู่ว่า... วันที่ 31 ต.ค. เป็นวันที่ชาวเซ็ลท์ (Celt) ซึ่งเป็นชนพื้นเมือง เผ่าหนึ่งในไอร์แลนด์ ถือกันว่า เป็นวันสิ้นสุดของฤดูร้อน และวันต่อมาคือ วันที่ 1 พ.ย. ซึ่งเป็นวันขึ้นปีใหม่ของพวกเค้า ฅและในวันที่ 31 ต.ค. นี้เอง ที่ชาวเซ็ลท์เชื่อกันว่า เป็นวันที่มิติของคนตาย และคนเป็น จะถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน และวิญญาณของผู้ที่เสียชีวิตในปีที่ผ่านมาทั้งหมด จะกลับมาเพื่อหาร่างของคนเป็นๆ เพื่อสิงสู่ มันเป็นวันแห่งความหวังเพื่อที่จะได้มีชีวิตขึ้นอีกครั้งหนึ่ง หลังจากการตายไปแล้วชาวเซ็ลท์เชื่อกันว่ากฎและเวลาทั่วจักรวาลจะมีการหยุดชั่วคราวในช่วงเวลานี้ เพื่อทำให้โลก ของจิตวิญญาณ ได้รวมตัวกัน พื่อเข้าไปครอบงำคนที่มีชีวิตอยู่ ดังนั้น ในคืนวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี ในหมู่บ้านจะไม่มีแสงไฟเลย เพราะบ้านแต่ละหลังจะทำการปิดไฟในบ้านทั้งหมดให้มืดสนิท เพื่อให้วิญญาณเหล่านั้นหนาวเย็นจนเข้าสิงร่างใครไม่ได้ พวกชาวบ้านจะมีการแต่งตัวให้แปลกประหลาด หรือแต่งหน้า แต่งตัวเป็นผี และเดินขบวนพาเหรดส่งเสียงดังรอบ ๆ บ้านของเพื่อนบ้าน เพื่อที่เหล่าวิญญาณจะได้เกิดความกลัวและหนีไปเพราะความตกใจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าอีกว่า พวกเซ็ลท์จะทำการเผาหรือย่างคนที่พวกเขาเข้าใจว่าโดนวิญญาณร้ายสิงสู่แล้ว เพื่อจะให้เป็นบทเรียนสำหรับพวกจิตวิญณาญที่ต้องการจะสิงสู่พวกเขา ต่อมาในช่วงแรกของคริสต์ศักราช ชาวโรมันได้รับประเพณีฮาโลวีนมาจากชาวเซ็ลท์ และได้ล้มเลิกการกระทำเหล่านั้น แต่เปลี่ยนมาใช้วิธีการเผาหุ่นกระบอกแทน กาลเวลาผ่านไป ความเชื่อเรื่องผีจะสิงสู่ร่างมนุษย์เริ่มเสื่อมถอยลงตามลำดับ การปฏิบัติเช่นนี้ได้เปลี่ยนไปและกลายเป็นว่าในเทศกาลวันฮาโลวีนนั้น จะมีการแต่งกายหรือปลอมตัวเป็นผี เพียงเพื่อการพบปะ สังสรรค์ หรือเฮฮากันมากกว่า ถึงแม้ความเชื่อในเรื่องของเทศกาลฮาโลวีนจะหมดไป แต่สิ่งที่หลงเหลืออยู่และยังคงเป็นสัญลักษณ์ของวันฮาโลวีนก็ยังคงมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกายเลียนแบบผี และประเพณีการละเล่นต่าง ๆ ที่ยังคงหลงเหลือให้สืบทอดกันต่อ ๆ มา ก็ยังไม่ได้จางหายไปจากความทรงจำของทุก ๆ คนเสมอไป

0 Comments:

Post a Comment

<< Home